เล่าประสบการณ์

ถ้าใครได้มีโอกาสไปเดินอยู่ในโรงพยาบาลที่เมืองจีน จะเห็นนักศึกษาแพทย์จีนเดินตามอาจารย์ในโรงพยาบาลต่างๆของจีนเหมือนเงาติดตามตัว คอยเรียนรู้จากอาจารย์ให้มากที่สุด เป็นเรื่องปกติ แม้จะออกมานอกห้องเรียนหรือห้องตรวจแล้วก็ยังยินดีจะติดตามอาจารย์ไปเพื่อเรียนรู้ให้มากที่สุด ซึ่งจะแตกต่างจากนักศึกษาแพทย์แผนปัจจุบันซึ่งจะไม่มีประเพณีปฏิบัติในลักษณะเช่นนี้ การเรียนจะสิ้นสุดในห้องเรียนและห้องตรวจ

อย่างเช่น การแมะถึงจะเป็นเครื่องมือที่ใช้ประกอบการวินิจฉัยอาการเจ็บป่วยในศาสตร์การแพทย์จีน ซึ่งไม่สามารถจะเรียนรู้ได้เองจากตำรา แต่ต้องมีครูบาอาจารย์ช่วยสอนและชี้แนะให้ ว่าลักษณะของชีพจรที่แตกต่างกันตามทีเขียนในตำรานั้น ของจริงเมื่อได้สัมผัสจากผู้ป่วยแล้วจะมีลักษณะเป็นอย่างไร

สมัยที่ผู้เขียนเรียนการฝังเข็มกับอาจารย์ผู้สอนซึ่งเป็นแพทย์จีนเมื่อเกือบ10 ปีที่แล้วในประเทศไทยเป็นไปด้วยความทุลักทุเลเพราะปัญหาเรื่องของภาษาและวิธีการสอนจึงทำให้ไม่ค่อยอยากเรียน จำได้ว่าในขณะนั้นวิชาแมะเป็นเหมือนยาขมยาดำของผู้เขียนมาก ต้องท่องตามตัวหนังสือจนวันที่ต้องสอบข้อเขียนและสัมภาษณ์ก็ยังไม่หายเครียดในวันสอบก็จำได้ว่าตอบอาจารย์ไปแบบไม่ค่อยมั่นใจ จนกระทั่งได้มีโอกาสไปฝึกงานจริงที่รพ.แพทย์จีนเฉิงตู (มณฑลเสฉวน) ได้ฝึกภาคปฏิบัติอย่างจริงจังกับอาจารย์หมอจีน ฝึกออกโอพีดีผู้ป่วยนอก (OPD) ในตอนเช้าและออกตรวจผู้ป่วยใน (IPD) ตามหอผู้ป่วยตอนบ่าย จึงเข้าใจและมีความมั่นใจขึ้นมากจากทีไม่เข้าใจไม่ชอบ กลายเป็นชอบการแมะมากผู้เขียนประทับใจการแมะและยังจำได้ถึงวันที่อาจารย์หมอจีนแมะผู้ป่วยจีนคนหนึ่งแล้วถามผู้ป่วยไปว่าทำไมถึงไม่ดูแลตนเองปล่อยให้ไขมันในเลือดสูง ผู้ป่วยทำหน้างงๆๆตอบกลับไปว่าก็ตรวจเลือดอยู่ ไขมันไม่สูง อาจารย์ก็เลยเขียนใบสั่งให้ไปตรวจ หลังจากนั้นอีกไม่กี่วัน ก็พบผู้ป่วยคนเดิมนี้อีกและทราบว่าผลการตรวจเลือดพบไขมันในเลือดสูงมากและเมื่อนำวิธีการแมะ ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญของแพทย์จีนไปเชื่อมโยงกับการตรวจลิ้นจึงทำให้แพทย์จีนสามารถสืบเสาะลงไปถึงสาเหตุอาการป่วยต่างๆ สามารถวิเคราะห์ได้อย่างถูกต้อง ทำให้สามารถวางแผนการรักษาทั้งการฝังเข็มสมุนไพรจีน และนวดทุยน่าได้อย่างต่อเนื่อง

นับเป็นเรื่องแปลกที่วิธีการตรวจแบบต่างๆรวมถึงหลักการฝังเข็ม หลักสมุนไพรจีน จนถึงทฤษฏีพื้นฐานหยินหยาง ทฤษฏีปัญจธาตุสามารถนำมาร้อยเรียง ให้เกี่ยวข้องกันได้อย่างกลมกลืนกลายมาเป็นพื้นฐานของศาสตร์การแพทย์จีนได้อย่างมั่นคงและลงตัวหากได้ย้อนกลับไปดูที่มาที่ไป ประวัติความเป็นมาของทั้งทฤษฏีพื้นฐานหยินหยางและทฤษฏีปัญจธาตุแล้ว (กำเนิดในราว 500-300 ปีก่อนค.ศ.) พบว่าทั้งสองทฤษฏีมีมาก่อนการตรวจลิ้นและแมะหลายร้อยปี แต่เนื้อหาสาระยังทันสมัยยังใช้ได้ อีกทั้งเนื้อหายังสอดรับกับสิ่งที่ค้นพบในยุคต่อๆมา รวมถึงหลักการฝังเข็มและหลักสมุนไพรจีน ซึ่งถูกพัฒนาต่อๆมาหลังจากนั้นอีกนับร้อยปีก็ยังอยู่บนพื้นฐานเดิมของทฤษฏีหยินหยางและทฤษฏีธาตุทั้งห้า

Im vergleich dazu bewerben unternehmen oder agenturen ihre inhalte auf geschlossenen https://hausarbeit-agentur.com plattformen als sogenannten brand content ber einen eigenen account auf eben dieser plattform

Comments

comments